บทที่ 16 คิดว่าต้องการทำหน้าที่ของบิดา
หรูอวี้มิได้สะดุ้งตกใจเช่นนายทหารที่หยุดคุยกับนางทั้งสามคน นางหันกลับไปมองทางด้านหลังช้าๆ แล้วเลิกคิ้วขึ้นอย่างยียวน เมื่อเห็นใบหน้าดำคล้ำของแม่ทัพจ้าว
“ข้าลืมของไว้”
“ลืมสิ่งใดถึงต้องกลับไปเอา”
“ท่านแม่ทัพ เรื่องนี้ข้าก็ต้องแจ้งท่านด้วยรึ” เขายังไม่ได้เป็นบิดาของนางเสียหน่อย คิดจะข่มขู่นางยังเร็วเกินไป
“ข้าต้องคุ้มครองพวกเจ้าสามคนแม่ลูกไปให้ถึงเป่ยหาน เรื่องทั้งหมดข้าสมควรต้องรู้”
“เช่นนั้น ข้าหาหนทางอื่นก็ได้” นางเอ่ยออกมาเบาๆ แล้วเดินกลับเข้าไปในโรงเตี๊ยม
“ประเดี๋ยว ไม่ว่าของสิ่งนั้นคืออันใด เจ้าก็ไม่อาจจะกลับไปเมืองหลวงได้แล้ว”
“หื้ม...ท่านยังไม่ได้เป็นบิดาของข้าเลย จะห้ามข้าเสียแล้วรึ” นางเอ่ยถามอย่างใสซื่อ
“เพ้ย ผู้ใดอยากเป็นบิดาของเจ้ากัน” เขาถลึงตามองนางอย่างไม่พอใจ
เด็กสาวรุ่นเดียวกับนาง เมื่อเห็นเขาต่างพากันถอยหนี ไม่ใช่ว่าใบหน้าของเขาดูน่าหวาดกลัว แต่ด้วยรังสีสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา ทำให้แม้แต่ขุนนางในเมืองหลวงยังต้องกลัว แล้วเหตุใดนางถึงได้กล้าต่อปากต่อคำกับเขาอย่างไม่รู้จบเช่นนี้
“ข้าก็คิดว่าท่านต้องการจะทำหน้าที่บิดาแล้วเสียอีก หากมิใช่...เรื่องนี้ท่านอย่าได้เข้ามายุ่งจะดีกว่า” นางมองเขาด้วยแววตาที่แข็งกร้าว เป็นการเอ่ยเตือน ก่อนจะเดินกลับเข้าที่พักไปไม่สนใจใบหน้าเขียวคล้ำที่น่ากลัวของเขาเลยสักนิด
ผิดกับทหารทั้งสามนายที่ได้ยินทุกคำพูดที่ทั้งสองโต้ตอบกัน พวกเขาล้วนแต่ตัวสั่นจนก้าวขาไม่ออก ด้วยรู้ว่าโทสะของผู้เป็นนายโหดเหี้ยมมากเพียงใด
“ข้าขอสั่งพวกเจ้า อย่าได้ให้การช่วยเหลือสิ่งใดกับนาง มิเช่นนั้น...กลับถึงค่ายชายแดนเมื่อใด พวกเจ้าคงรู้ตัวว่ามีสิ่งใดรอพวกเจ้าอยู่” เขาปรายตามองอย่างคาดโทษทั้งสามคน ก่อนจะเดินเข้าไปที่พักอย่างหัวเสีย
ตู้หยวนที่ยืนรอน้องสาวอยู่ภายในโรงพักม้า พอเห็นนางเดินเข้ามาจึงได้เอ่ยถามนางเรื่องที่เหตุใดถึงไม่ยอมเข้ามาเสียที
“เจ้าทำสิ่งใดอยู่”
“ข้าเอ่ยถามทหารเรื่องจะกลับเข้าเมืองเจ้าค่ะ”
“เจ้าจะเข้าเมืองไปเพื่ออันใดอวี้เออร์!!!” เขาเอ่ยถามออกมาด้วยความตกใจ
ด้วยเรื่องภายในจวนตระกูลเซี่ยที่เกิดขึ้น หากพิจารณาดีๆ แล้ว คงไม่แคล้วน้องสาวตัวดีของตนเป็นแน่ที่สร้างเรื่องวุ่นวายไว้
"ข้าจะกลับไปเอาของอย่างไรเล่าท่านพี่”
“เจ้าลืมสิ่งใด” ตู้หยวนมองน้องสาวอย่างระแวง
“ข้าลืมของไว้ที่จวนตระกูลสวี” นางกระซิบบอกที่ข้างหูของตู้หยวน ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก แล้วเดินขึ้นที่พักไป
จ้าวลู่ฉือที่เดินมาทันเห็นแผ่นหลังของหรูอวี้เพิ่งจากไป พอเห็นใบหน้าที่ยังตกตะลึงของตู้หยวน เขาก็เกิดลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา
“น้องสาวเจ้าจะกลับเข้าเมืองหลวงเพื่ออันใด”
“เอ่อ...นางลืมของขอรับ” เขาจะบอกได้อย่างไรว่าของที่นางลืมไว้ อยู่ที่จวนตระกูลสวี
“เตือนนางด้วย ว่าอย่าได้กลับไป มิเช่นนั้นจะเกิดเรื่องยุ่งยากได้” ในยามนี้ภายในเมืองหลวงวุ่นวายไม่น้อย
จ้าวลู่ฉือรู้มาจากเจ้าหน้าที่ทางการ จวนตระกูลเซี่ยโดนโจรเข้าปล้นคลังเก็บสมบัติ ทั้งฮูหยินและบุตรสาวของนางก็ยังได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
การจะเข้าเมืองหลวงได้ จึงตรวจสอบอย่างแน่นหนา ทั้งประตูเมืองสี่ทิศก็ถูกปิดมิอาจเข้าไปได้ง่ายๆ หากนางกลับไปอาจจะไม่ได้ออกมาง่ายๆ เช่นที่ออกมาพร้อมขบวนกองทัพของเขา
“เข้าใจแล้วขอรับ” ตู้หยวนได้แต่รับปากอย่างจำใจ แต่ไม่รู้ว่าน้องสาวของตนจะเชื่อในคำที่เขาบอกหรือไม่ ดูเหมือนนางในตอนนี้เปลี่ยนไปจากเดิมไม่น้อยเลย
หรูอวี้เมื่อเข้ามาอยู่ภายในห้องพักแล้ว นางก็ให้เสี่ยวซีกลับไปพักที่ห้องของนาง ด้วยนางอยากจะครุ่นคิดหาวิธีกลับเข้าเมืองให้ได้เสียก่อน
เสียงเคาะประตูหน้าห้อง ทำให้หรูอวี้ที่นอนอยู่บนเตียงลุกขึ้น “อวี้เออร์ เปิดให้แม่หน่อยลูก”
“เจ้าค่ะ”
“ท่านแม่ มีเรื่องอันใดหรือไม่ เหตุใดถึงไม่พักเสียหน่อย” นางเห็นสีหน้าที่เหนื่อยล้าของมารดาก็มองอย่างเป็นห่วง
อาจจะเป็นเพราะตู้เหลียนนางไม่เคยเดินทางด้วยรถม้าเป็นเวลานาน นั่งเพียงไม่นานนางก็เหนื่อยล้าเสียแล้ว
“แม่มีเรื่องจะพูดกับเจ้า ท่านแม่ทัพบอกว่าเจ้าหาทางจะกลับเข้าเมืองหลวง จริงหรือไม่อวี้เออร์” ตู้เหลียนเอ่ยถามอย่างกังวล นางรู้ว่าบุตรสาวมีความแค้นไม่น้อย ในเมื่อออกมาจากที่นั่นแล้ว นางก็ไม่อยากให้บุตรสาวหาเรื่องใส่ตัวจนถูกจับได้
“หึ วุ่นวายเสียจริง ถึงกับต้องนำเรื่องเพียงเท่านี้ไปฟ้องท่านแม่เลยรึ โอ๊ยยย” ตู้เหลียนหยิกเอวหรูอวี้อย่างแรง
“เจ้าเป็นสตรี อย่าได้เอ่ยเช่นนี้อีก แม่ขอเถิดอวี้เออร์ หนทางที่เจ้าจะเอาคืนคนพวกนั้นยังมีอีกมากนัก อย่าได้เสี่ยงอันตรายเช่นนี้อีกเลย” ตู้เหลียนบีบมือหรูอวี้ไว้แน่นเพื่อให้นางรับปาก
“เจ้าค่ะ ข้าจะยังไม่จัดการตระกูลสวียามนี้ก็ได้ แต่ต่อไปหากมีโอกาสท่านแม่อย่าได้เอ่ยห้ามข้าอีกเด็ดขาด”
“แม่เข้าใจแล้ว” ตู้เหลียนกลัวใจของหรูอวี้ยิ่งนัก ไม่รู้นางจะจัดการตระกูลสวีที่มีอำนาจเช่นนั้นได้อย่างไร นางกลัวว่าบุตรสาวของนางจะเกิดอันตรายเสียมากกว่า
“ท่านแม่ไปพักเถิด ลูกจะไปส่งท่านที่ห้อง” หรูอวี้ประคองมารดากลับไปที่ห้องพักของนาง
พอเปิดประตูออกมาหน้าห้องก็พบจ้าวลู่ฉือที่มารอรับจดหมายจากตู้เหลียนเพื่อจะได้รีบให้ม้าเร็วนำไปส่งที่จวนตระกูลตู้ที่เป่ยหานเสียก่อน
